BEYOND A FOOTBALL TEAM
สโมสรปัตตานี เอฟซี
“สร้างความสุข เสริมศักดิ์ศรี คนแดนใต้”

01
วิสัยทัศน์
สร้างสุขให้ชาวชายแดนใต้
นำปัตตานี เอฟซี สู่ไทยลีก 1 (T1)
02
ลักษณะองค์กร
สโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี ปัจจุบันมีสถานะเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด บริหารจัดการในรูปแบบองค์กรที่ไม่มุ่งแสวงหากำไร ไม่มีค่าตอบแทนสำหรับคณะผู้บริหาร และไม่มีการจัดสรรผลกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้น ทุกภาคส่วนร่วมกันทำงานด้วยจิตอาสา เพราะกำไรที่แท้จริงของสโมสร คือ การเป็นเครื่องมือในการสร้างความสุข ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของพื้นที่ และร่วมขับเคลื่อนสันติภาพให้แก่ชาวปัตตานีและจังหวัดชายแดนภาคใต้
สโมสรเป็นสิทธิ์ของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดปัตตานี ซึ่งไม่สามารถโอนหรือจำหน่ายสิทธิ์ได้
03
ปรัชญาทีม
เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรเชิงธุรกิจ แต่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสร้างความสุขให้แก่ชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้
04
รูปแบบการเล่น
มุ่งเน้นเกมรุก เดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง ไม่ถอย และสู้เต็มที่ในทุกการแข่งขัน
05 — 06
เพลงประจำทีม & ฉายา
เพลงประจำทีม
Go Go Go ปืนใหญ่พญาตานี
ฉายา
- ปืนใหญ่ลังกาสุกะ
- ปืนใหญ่พญาตานี
- The Queen Cannons
07
กำเนิดปัตตานี เอฟซี
"ปัตตานี เอฟซี เป็นมากกว่าทีมฟุตบอล" คือแนวคิดสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี ในปี พ.ศ. 2552 โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นเครื่องมือสร้างความสุข เป็นพื้นที่แห่งความภาคภูมิใจร่วมกันของแฟนบอลทุกศาสนา โดยไม่มีการแบ่งแยก ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่อยู่ในช่วงรุนแรงที่สุด สโมสรจึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความสามัคคี และพลังใจของผู้คนในพื้นที่
จังหวัดปัตตานีเคยได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโปรลีกครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 แต่หลังสิ้นสุดการแข่งขัน ทีมจังหวัดปัตตานีจบด้วยอันดับสุดท้าย และได้ถอนตัวออกจากการแข่งขันในปีถัดมา ส่งผลให้ทีมฟุตบอลจังหวัดปัตตานี ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในมหาอำนาจลูกหนังภาคใต้ และเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโล่พระราชทานชิงแชมป์ภาคใต้ถึง 3 ครั้ง ต้องห่างหายไปจากวงการฟุตบอลลีกไทยเป็นระยะเวลานาน
ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 เมื่อมีการแข่งขันฟุตบอลอาชีพลีกภูมิภาค จังหวัดปัตตานีจึงได้กลับเข้าสู่วงการฟุตบอลลีกของประเทศไทยอีกครั้ง โดยนายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดปัตตานีในขณะนั้น ได้ริเริ่มจัดตั้งทีมขึ้น และมอบหมายให้รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี หะยีสาแม เข้ามาดูแลทีม ร่วมกับ พญ.นินี สุไลมาน นายอดุลย์ หวันสกุล นายอับดุลลาเต๊ะ สิเดะ และแต่งตั้งนายนิแม นิเดร์ฮะ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ในช่วงเริ่มต้น สโมสรได้คัดเลือกนักฟุตบอลที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดปัตตานี ร่วมกับนักฟุตบอลต่างชาติจำนวน 2 คน ได้แก่ Chaibou Adamou และ Phillipe Ram ซึ่งถือเป็นนักฟุตบอลต่างชาติกลุ่มแรกที่เข้ามาค้าแข้งในจังหวัดปัตตานี
ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 ตามนโยบายของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่กำหนดให้สโมสรฟุตบอลต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี จึงได้จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยยังคงยึดมั่นในปรัชญาสำคัญคือ "การเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรเชิงธุรกิจ เพื่อสร้างสุขให้ชาวชายแดนใต้"
ในฤดูกาล 2019 สโมสรได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบแชมเปี้ยนลีกโซนล่าง และสามารถคว้าแชมป์ Thai League 4 โซนล่าง ประจำปี 2019 ก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ความสำเร็จดังกล่าวทำให้สโมสรได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ Thai League 3 ตั้งแต่ฤดูกาล 2020 เป็นต้นมา
ในฤดูกาล 2024/2025 สโมสรได้ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการทีม โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวิทย์ บารู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี รับหน้าที่เป็นประธานสโมสร เพื่อขับเคลื่อนให้ปัตตานี เอฟซี เป็นเครื่องมือสร้างความสุข ความสามัคคี และความเป็นหนึ่งเดียวของพี่น้องประชาชนในจังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง
08
ก้าวประวัติศาสตร์: ไทยลีก 3 → ไทยลีก 1 ใน 1 ปี
ภายใต้การนำของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวิทย์ บารู ประธานสโมสร ปัตตานี เอฟซี สามารถยกระดับจากการแข่งขันไทยลีก 3 ก้าวขึ้นสู่ไทยลีก 2 ได้อย่างภาคภูมิใจ นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของทีมบริหาร ทีมงานสตาฟฟ์โค้ช นักกีฬา ตลอดจนพลังสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนชาวปัตตานี และแฟนบอลใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
จากความสำเร็จในการก้าวสู่ไทยลีก 2 คณะผู้บริหารสโมสรได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม คือ การนำปัตตานี เอฟซี ก้าวสู่เวทีสูงสุดของฟุตบอลอาชีพประเทศไทย (ไทยลีก 1) ภายในกรอบเป้าหมายฤดูกาล 2027/28 ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทำให้สโมสรสามารถเร่งจังหวะความสำเร็จได้เร็วกว่าที่คาดหมาย และสามารถคว้าตั๋วเลื่อนชั้นสู่ Thai League 1 (T1) 2026-2027 ได้ภายในระยะเวลาเพียงฤดูกาลเดียว
ในเชิงสถิติ ปัตตานี เอฟซี ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของฐานแฟนบอลที่แข็งแกร่งอย่างโดดเด่น โดยในฤดูกาล 2025/26 สโมสรมีจำนวนผู้ชมเกมเหย้ารวมมากกว่า 100,000 คน และมีค่าเฉลี่ยผู้ชมสูงสุดในไทยลีก 2 อยู่ที่ประมาณ 6,765 คนต่อนัด ขณะที่บางเกมสำคัญสามารถดึงแฟนบอลเข้าสนามได้เต็มความจุถึง 12,000 คน
เป้าหมายต่อไปของสโมสรปัตตานี เอฟซี 2026/27 คือ การอยู่อันดับที่ 7–10 ของตารางการแข่งขัน Thai League 1 (T1) เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าสโมสรจากจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถแข่งขันในระดับสูงสุดของประเทศได้ พร้อมวางวิสัยทัศน์ระยะ 3 ปีจากนี้ ในการยกระดับสู่เวทีฟุตบอลระดับเอเชีย AFC competitions
ผลงานสโมสรปัตตานี เอฟซี
| ปี พ.ศ. | ผลงานสโมสร |
|---|---|
| 2568 | ไทยลีก 2 — สู่ไทยลีก 1 |
| 2567 | ไทยลีก 3 — สู่ไทยลีก 2 |
| 2566 | ไทยลีก 3 — อันดับ 3 |
| 2565 | ไทยลีก 3 — อันดับ 4 |
| 2564 | ไทยลีก 3 — อันดับ 10 |
| 2563 | ไทยลีก 3 — อันดับ 5 |
| 2562 | รองชนะเลิศอันดับ 1 ไทยลีก 4 ระดับประเทศ เลื่อนชั้นขึ้น T3 |
| 2561 | ไทยลีก 4 — อันดับ 2 (ผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ) |
| 2560 | ไทยลีก 4 (T4) — อันดับ 3 |
| 2559 | ดิวิชั่น 2 — อันดับ 6 |
| 2558 | ดิวิชั่น 2 — อันดับ 2 (ผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ) |
| 2557 | ดิวิชั่น 2 — อันดับ 5 |
| 2556 | ดิวิชั่น 2 — อันดับ 8 |
| 2555 | ดิวิชั่น 2 — อันดับ 2 (ผ่านเข้ารอบแชมเปี้ยนลีก) |
| 2554 | ดิวิชั่น 2 — อันดับ 3 |
| 2553 | ดิวิชั่น 2 — อันดับ 7 |
| 2552 | ดิวิชั่น 2 — อันดับ 5 |
10
สนามเรนโบว์ สเตเดียม (The Rainbow Stadium)
The Rainbow Stadium หรือสนามกีฬาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี มีขนาดสนามที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันฟุตบอล และสามารถรองรับแฟนบอลได้มากกว่า 10,000 คน พร้อมอัฒจันทร์โดยรอบ
สนามแห่งนี้ได้รับการปรับปรุงและทาสีใหม่จนกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของสโมสร ด้วยสีสันที่สดใสโดดเด่น พร้อมตั้งชื่อสนามเหย้าว่า “เดอะเรนโบว์ สเตเดียม” สโมสรยังสามารถบริหารจัดการด้านการจราจรและพื้นที่จอดรถโดยรอบสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ แม้ในวันที่มีแฟนบอลเข้าชมการแข่งขันจำนวนหลายพันคน
นอกจากนี้ สนามยังตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทำให้แฟนบอลที่เดินทางมาชมการแข่งขันมีทางเลือกในการพักผ่อนและใช้เวลาร่วมกันหลากหลายรูปแบบ
ความจุ
10,000+ ที่นั่ง
ที่ตั้ง
ใกล้ ม.อ. ปัตตานี
เจ้าของ
อบจ. ปัตตานี
